ศึกษาต่อต่างประเทศ

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

โรงเรียนสอนภาษาเอเชียบูรพา  เป็นศูนย์กลางด้านการประสานงานให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน ในระดับต่างๆ อาทิ โรงเรียนสอนภาษา วิทยาลัยสายวิชาชีพ และมหาวิทยาลัย
การดำเนินงาน

  • ให้ข้อมูลสถานศึกษาที่ผู้สมัครสนใจ เป็นศูนย์กลางคอยช่วยประสานงานด้านต่างๆ
  • ตรวจเช็คเอกสารการสมัคร และติดตามผลทุกขั้นตอน
  • จัดหาหอพัก และโฮมสเตย์

"ดำเนินการทุกขั้นตอน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น"

ข้อมูลการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

ศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

การเตรียมตัว

การวางแผนการศึกษา

นักศึกษาต่างชาติที่ไปศึกษาในญี่ปุ่นนั้น แต่ละคนมีแรงบันดาลใจและจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน อีกทั้งวิธีการศึกษา ระยะเวลาและสถาบันที่ต้องการเข้าก็อาจแตกต่างกันด้วย ดังนั้น ก่อนอื่นเราควรคำนึงถึงความสามารถทางการศึกษา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ หรือเป้าหมายในอนาคตของตัวเราเอง แล้วจึงมาวางแผนการศึกษาในขั้นต่อไป

1. รูปแบบของการศึกษาต่อ

แบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ตามจุดมุ่งหมายและระยะเวลาในการศึกษาต่อได้ดังนี้

*** โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการศึกษาระดับสูงของญี่ปุ่นจะจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด หลักสูตรที่สอนด้วยภาษาอังกฤษนั้นมีน้อยและจำกัดเฉพาะสาขา

2. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ

ควรคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ โดยไม่นับเงินที่คาดว่าจะได้จากการทำงานพิเศษหรือทุนการศึกษามาคำนวณรวม เพื่อจะได้รู้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และเตรียมได้อย่างถูกต้องและเพียงพอ

การไปศึกษาต่อมี 2 รูปแบบ

ศึกษาต่อโดยได้รับทุนการศึกษา

ในกรณีของทุนรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งรับรองโดยสถานทูต หากผู้ได้รับทุนมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นไม่เพียงพอ จะต้องศึกษาในหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อในสถาบันระดับสูงของญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยเสียก่อน ซึ่งจะใช้ระยะเวลามากน้อยขึ้นอยู่กับพื้นความรู้ทางภาษาของผู้เรียน

ศึกษาต่อโดยทุนส่วนตัว

เป็นการไปศึกษาต่อโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในระยะแรกเพื่อให้ไปศึกษาระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยหาทุนสนับสนุนในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ (ทุนในญี่ปุ่นมีมากกว่าทุนที่สมัครในไทย)

มหาวิทยาลัย

การศึกษาในระดับปริญญาตรีหลักสูตรปกติ ใช้ระยะเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย 4 ปี ส่วนคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ จะใช้เวลาศึกษา 6 ปี นอกจากหลักสูตรปกติแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังมีระบบผู้เข้าฟัง (Audit) และ นักศึกษาเลือกเสรีด้วย นอกจากการศึกษาระยะยาวเพื่อวุฒิการศึกษาหรือการทำวิจัยระยะยาวแล้ว ญี่ปุ่นยังมีระบบการศึกษาระยะสั้นสำหรับผู้ไม่ต้องการวุฒิการศึกษาด้วย

บัณฑิตวิทยาลัย

บัณฑิตวิทยาลัยจัดแบ่งการศึกษาออกเป็น ระดับปริญญาโท (ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 2 ปี) และปริญญาเอก (ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี) ระดับปริญญาเอกโดยมากจะแบ่งออกเป็น หลักสูตรภาคต้น ( 2 ปี เทียบได้กับปริญญาโท) และหลักสูตรภาคปลาย ( 3 ปี) มหาวิทยาลัยบางแห่งจะเปิดครบ 5 ปี แต่ก็มีบางแห่งที่เปิดเพียงภาคปลาย 3 ปีเท่านั้น สำหรับปริญญาเอกสาขาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และ สัตวแพทยศาสตร์นั้น จะเป็นการศึกษาต่อเนื่องมาจากระดับปริญญาตรี ซึ่งมีระยะเวลาศึกษา 6 ปี ดังนั้นสาขาวิชาเหล่านี้จึงมีระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 4 ปี

วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้น

หลักสูตรการศึกษาระดับวิทยาลัยโดยทั่วไป จะมีระยะศึกษา 2 ปี แต่ในบางสาขาเช่น เทคนิคการแพทย์ และพยาบาลศาสตร์ จะมีระยะเวลาศึกษา 3 ปี วิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้นจะเน้นให้นำความรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในสถานการณ์จริงในสังคมได้ ในขณะที่มหาวิทยาลัยจะเน้นไปที่การทำวิจัยในด้านทฤษฎีหรือหลักการอย่างรอบรู้ ประมาณ 42% จากจำนวนวิทยาลัยในญี่ปุ่นทั้งหมดนั้น เป็นวิทยาลัยเฉพาะสตรี และมีจำนวนเกินครึ่งที่เปิดสอนในสาขามนุษยศาสตร์ คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และสังคมศาสตร์

วิทยาลัยอาชีวศึกษา (หลักสูตรวิชาชีพชั้นสูง)

หลักสูตรวิชาชีพที่เปิดสอนในวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือเรียกอีกอย่างว่า Senmon Gakko นั้น เป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงประเภทหนึ่ง โดยเป็นสถานศึกษาที่มุ่งยกระดับการศึกษา และให้ผู้เรียนได้รับความรู้ เทคนิคและทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง ปกติโรงเรียนจะกำหนดระยะเวลาเรียนไว้ประมาณ 2 ปี โดยสถานศึกษาได้แบ่งออกเป็นสาขาต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ การแพทย์ อุตสาหกรรม การสอน ธุรกิจการค้า, การสาธารณสุข, การศึกษา สังคมสงเคราะห์ เสื้อผ้าและเครื่องประดับ คหกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นในการประกอบอาชีพต่าง ๆ

วิทยาลัยเทคนิค

วิทยาลัยเทคนิคเปิดหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี (สำหรับวิชาด้านพาณิชย์นาวีจะเป็น 5 ปี 6 เดือน) สำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพ สถาบันส่วนใหญ่เป็นวิทยาลัยเทคนิคทางวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งเปิดสอนในทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง แต่นอกเหนือจากนั้นก็เป็นสาขาเฉพาะด้านอื่น ๆ เช่น พาณิชย์นาวี ผู้ที่จบจากวิทยาลัยเทคนิค จะได้รับวุฒิการศึกษาเป็น "อนุปริญญา"

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น

1. ประเภทและจำนวนของสถานศึกษา

สถาบันที่จัดสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะแบ่งตามคุณสมบัติในการเข้าศึกษา เป้าหมาย หรือ หน่วยงานที่ก่อตั้งแล้ว ยังสามารถแบ่งรายละเอียดตามจำนวนนักเรียน จำนวนโรงเรียนหรือสถานภาพการพำนักได้อีกด้วย

  1. *การศึกษาต่อในสถาบันระดับสูงของประเทศญี่ปุ่นนั้น จะต้องเริ่มจากการจบการศึกษาในระดับกลาง ระยะเวลา 12 ปี สำหรับผู้ที่เรียนจบการศึกษา 10 หรือ 11 ปีจากมองโกเลีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินเดียนั้น จะต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้ ① ต้องเป็นผู้ที่เข้าศึกษาในสถานศึกษาระดับสูง เช่น ระดับมหาวิทยาลัยที่ ประเทศของตน 1-2 ปี และมีระยะเวลาการเรียนรวมแล้ว 12 ปี หรือ ② เป็นผู้ที่เข้าศึกษาในหลักสูตร "เตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อ" 1-2 ปี จึงจะมีคุณสมบัติเข้าศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัย
  2. *จำนวนโรงเรียนที่ได้รับการรับรองจากสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น http://www.nishinkyo.org/
  3. *หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยเอกชน : นักศึกษาต่างชาติสามารถเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่น วัฒนธรรม ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นและวิชาพื้นฐานเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งได้รับสิทธิ์ในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆของมหาวิทยาลัยด้วย

2. การเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น

  • เงื่อนไขของหลักสูตร มีเนื้อหาอย่างไร ตรงกับจุดมุ่งหมายหรือไม่
  • การแบ่งระดับชั้นเรียน มีการจัดสอบวัดความรู้ก่อนแบ่งชั้นเรียน เพื่อให้บทเรียนเหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนหรือไม่
  • วิชาพื้นฐาน สำหรับหลักสูตรเพื่อศึกษาต่อนั้น มีการเปิดสอนวิชาพื้นฐานสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี (ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น)ไปพร้อมกับการเรียนภาษาด้วยหรือไม่
  • สภาพแวดล้อมของการศึกษา สถานที่ตั้งอยู่ในทำเลดีหรือไม่ สะดวก ปลอดภัยหรือไม่
  • หอพักของสถาบัน ที่สถาบันมีการจัดหาหอพักให้หรือไม่ การเดินทางจากหอพักมาที่เรียนสะดวกหรือไม่
  • การแนะแนวด้านการศึกษาต่อและความเป็นอยู่ มีการให้คำแนะนำและปรึกษาเรื่องเหล่านี้หรือไม่
  • ดูแนวทางการประกอบอาชีพ
  • มาตรฐานการเรียนการสอน ดูจากสถิติผู้สอบผ่านการสอบวัดระดับ หรือสอบเข้าต่าง ๆ
  • จำนวนอาจารย์ผู้สอน เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนหรือไม่
  • ค่าเล่าเรียน เหมาะสมกับจำนวนชั่วโมงเรียน จำนวนผู้สอน รวมถึงอุปกรณ์และกิจกรรมในการเรียนหรือไม่

3. หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครเข้าศึกษา

การเข้าศึกษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นนั้น ผู้เรียนจะต้องสำเร็จการศึกษา โดยมีระยะเวลาศึกษาในประเทศของตนมาแล้ว 12 ปีหรือเทียบเท่า สำหรับกรณีผู้ที่จบระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายด้วยระยะเวลา 10 ปีหรือ 11 ปี ซึ่งมีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูง เช่น มหาวิทยาลัยนั้น ผู้เรียนจะต้องเข้าศึกษาใน "หลักสูตรเตรียมศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูง" ซึ่งกำหนดโดยกระทรวง "การศึกษาวัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี"เสียก่อน จึงจะมีคุณสมบัติสำหรับสมัครสอบเข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของญี่ปุ่นได้ แต่ว่าในกรณีที่ประสงค์จะศึกษาเฉพาะภาษาญี่ปุ่น โดยมิได้สนใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาแล้ว ท่านสามารถเข้าศึกษาในหลักสูตรปกติของสถาบันสอนภาษาที่ได้รับการรับรองจากสมาคม ส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่นได้ทันที โดยไม่เกี่ยวข้องกับประวัติการศึกษาแต่อย่างใด ในกรณีนี้ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเลือกหลักสูตร "เตรียมเพื่อศึกษาต่อในสถาบันการ ศึกษาระดับสูง"แต่อย่างใดด้วย และเนื่องจากมาตรฐานในการรับสมัครนั้น จะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละสถานศึกษา ดังนั้นกรุณาตรวจสอบ รายละเอียดของสถานศึกษาที่สนใจเสียก่อน นอกจากการพิจารณาเอกสารแล้ว ยังมีสถาบันอีกมากที่คัดเลือกด้วยการสอบสัมภาษณ์ (บางแห่งสัมภาษณ์ผู้ค้ำ ประกันด้วย) และสอบข้อเขียน รวมทั้งมีบางแห่งที่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหรือผู้ประสานงานด้วย

โดยทั่วไป หลักสูตร 1 หรือ 2 ปี จะเปิดเรียนเดือนเมษายน หลักสูตรปีครึ่งจะเปิดเรียนเดือนตุลาคม กำหนดการรับสมัครจะแตกต่างไปตามแต่ละโรงเรียน แต่ควรสมัคร ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดภาคเรียน 4-6 เดือน โดยผู้ที่ต้องการไปเรียนเดือนเมษายน ควรสมัครช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ส่วนผู้ที่ต้องการไปเรียนเดือนตุลาคม ควรสมัคร เรียนตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน บางแห่งอาจเปิดเรียนช่วงเดือนกรกฎาคม หรือมกราคม แต่มีน้อยมาก เมื่อรวมเวลาที่ใช้ในการส่งจดหมายไปขอสมัครการเตรียม เอกสารของตนเอง เวลาที่ต้องจัดส่งเอกสารแล้ว จึงควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปศึกษาต่ออย่างน้อย 6-8 เดือน

4. กำหนดการรับสมัคร

  1. ใบสมัคร
  2. ใบแสดงผลการเรียน ( Transcript)
  3. ประกาศนียบัตร
  4. หนังสือแนะนำ (Letter of recommendation)
  5. เอกสารแสดงสถานภาพทางการเงิน
  6. ใบรับรองแพทย์
  7. 7ค่าสมัคร ( ประมาณ 30,000 เยน)
  8. หนังสือแสดงความสัมพันธ์กับผู้ค้ำประกัน
  9. การสัมภาษณ์ผู้ค้ำประกัน
  10. การสอบในประเทศของตน

เอกสารการสมัคร

โดยรายละเอียดต่างๆ จะแตกต่างกันไปตามสถาบัน ผู้เรียนต้องติดต่อกับสถาบันนั้นๆ โดยตรง เมื่อส่งเอกสารดังกล่าวข้างต้นแล้ว โรงเรียนจะแจ้งผลการคัดเลือกไปยังผู้สมัคร และเป็นตัวแทนในการดำเนินการขอวีซ่าให้

5. การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

เมื่อวีซ่าผ่าน ผู้เรียนควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สิ่งที่จำเป็น

  1. ตั๋วเครื่องบิน สามารถซื้อได้ในราคาถูกสำหรับ Student Visa พร้อมได้น้ำหนักกระเป๋าเพิ่มจากน้ำหนักของตั๋วปกติอีก 10 kg
  2. ที่พัก หรือ Home Stay ควรจะแจ้งกับทางโรงเรียนให้ช่วยจัดหาให้ เนื่องจากการหาหอพัก หรือห้องเช่าสำหรับชาวต่างชาตินั้นเป็นเรื่องลำบากและยุ่งยากพอสมควร ส่วนใหญ่จะต้องใช้ผู้ค่ำประกัน (คนญี่ปุ่น) นอกจากนี้ค่าแรกเข้า และค่ากินเปล่าก็ค่อนข้างแพงอีกด้วย
  3. รถรับ-ส่ง จากสนามบิน-ที่พัก ในกรณีที่เดินทางไปคนเดียว หรือช่วงเวลาที่เราไปถึงญี่ปุ่น ทางโรงเรียนไม่สะดวกมารับ สามารถจองรถรับ-ส่ง ได้ ทั้งนี้ควรจะแจ้งทางโรงเรียนไว้แต่เนินๆ เพื่อจัดหาให้ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000- 4,000 เยน
  4. เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย ไม่ควรเตรียมไปเยอะมาก ไปหาซื้อที่ญี่ปุ่นน่าจะดีกว่า
  5. Talking Dictionary หรือ Dictionary ธรรมดา
  6. Adapter ไฟ เพื่อไปใช้กับเครื่องไฟฟ้าที่เรานำไปใช้ยังประเทศนั้น ๆ
  7. ยา/ ยาสามัญ กรณีมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาประจำ
  8. อาหารแห้ง เครื่องกระป๋อง หรือเครื่องปรุงสำเร็จรูปต่างๆ เนื่องจากอาหารไทยในญี่ปุ่นราคาค่อนข้างแพง

ควรไปถึงสนามบินก่อนสัก 2 ชั่วโมง ถ้าใครไม่เคยเดินทางไกลโดยเครื่องบินมาก่อน ขอแนะนำว่าตอน Check In บอกพนักงานว่าอยากได้ที่ติดทางเดิน จะได้สะดวกเวลาไปห้องน้ำ เพราะใช้เวลานานหลายชั่วโมง และเตรียมเสื้อกันหนาวด้วยนะบนเครื่องอากาศเย็น

การเดินทาง

บทสัมภาษณ์นักเรียน

สุภัทรา หาญวงษา (แอนนา) จาก College Business and Communication

โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น
โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น

คุณวารุณี มุ่งหาทรัพย์ (อิ๋ว)

โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น

คุณสุเนตรา ธนไพบูรณ์อนันต์ (น้องฝน)

โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น

โรงเรียนสอนภาษาเอเชียบูรพา

Asia Burapha Language School

โทร : 038 383 429

085 288 0388

โรงเรียนสอนภาษา
โรงเรียนสอยภาษาเอเชียบูรพา
โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
โรงเรียนสอยภาษาเอเชียบูรพา

โรงเรียนสอนภาษาเอเชียบูรพา

Asia Burapha Language School

โทร : 038 383 429

085 288 0388

โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
โรงเรียนสอนภาษา, ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ, แนะแนวเรียนต่อญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาจีน, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ศรีราชา, โรงเรียนสอนภาษาจีน, โรงเรียนสอนภาษา ชลบุรี, เรียนภาษาจีนที่ไหนดี, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, หาที่เรียนภาษาจีน, หาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น